2007/Feb/05

ประเพณีไหลเรือไฟ :: Illuminated Boat Procession

ประวัติความเป็นมา งานประเพณีไหลเรือไฟ หรืองานประเพณีไหลเฮือไฟ (ในภาษาท้องถิ่น-อีสาน)เป็นประเพณีที่จัดขึ้นทั่วไปในหลาย จังหวัดในภาคอีสานโดยเฉพาะจังหวัดที่ตั้งอยู่ติดลำน้ำ เช่น แม่น้ำมูล - ชี แม่น้ำโขงเป็นต้น การไหลเรือไฟในภาคอีสานนั้นเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานยืนยันแน่ชัดสันนิษฐานว่าคงมีมาก่อนที่พุทธศาสนาจะเผยแพร่มาสู่ประเทศไทย เพราะสมัยก่อนกษัตริย์ไทยยังยึดถือพิธีพราหมณ์อยู่โดยได้รับอิทธิพลมาจาก อินเดีย สมัยที่นำอารยธรรมเข้ามาเผยแพร่ในแถบสุวรรณภูมิดังพบว่าประเพณีงานบุญโดดเด่นที่จัดขึ้นในภาคอีสานมักเกี่ยวโยงหรือผูกพันกับเรื่องของไฟเกือบทั้งสิ้น เช่นงานแห่เทียนเข้าพรรษา บุญบั้งไฟ พิธีไหลเรือไฟ เพราะมีความเชื่อว่า "ไฟ"เป็นเทพเจ้าองค์หนึ่งในศาสนาพราหมณ์ เรียกว่า เทพอัคคี มีฐานะรอง จากพระอินทร์สามารถเผาผลาญสิ่งชั่วร้ายและขจัดความทุกข์ยาก
ให้ดับสลายไปได้

จังหวัดต่าง ๆ ที่มีการจัดประเพณีไหลเรือไฟ เช่นจังหวัดศรีษะเกษ จังหวัดเลย จังหวัด นครพนม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุบลราชธานี ฯลฯ โดยงานประเพณีไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนมจัดว่าเป็นงานไหลเรือไฟที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศมักจัดขึ้นคล้ายคลึงกันแต่ก็แตกต่างกันในด้านคติ ความเชื่อ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

จังหวัดนครพนมและหนองคาย(มีทำเลที่ตั้งติดแม่น้ำโขงเหมือนกัน) มีความเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ประทับไว้ ที่ริมฝั่งน้ำนัมทานทีซึ่งตามพุทธประวัติกล่าวว่า ครั้งที่พญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธองค์ไปแสดงธรรมในพิภพของนาคใต้เมืองบาดาล เมื่อพระองค์เสด็จกลับทางฝ่ายพญานาคได้ทูลขอให้พระองค์ประทับรอย พระบาทไว้ ณริมฝั่งน้ำนัมทานที พระองค์จึงได้ประทับรอยพระบาทไว้ ณ หาดทรายริมน้ำตามประสงค์ของพญานาค ซึ่งรอยพระบาทที่ประทับไว้นี้ไม่เพียงแต่เป็นที่เคารพสักการะของเหล่าพญานาคเท่านั้น ยังเป็นที่เคารพของเหล่าเทวดาและมนุษย์ด้วย จนแสดงออกด้วยการไหลเรือไฟบูชารอยพระพุทธบาทของพระองค์

ความเป็นมาของการจัดประเพณีไหลเรือไฟของจังหวัดนครพนม เสฐียรโกเศศ ได้เขียนไว้ในหนังสือวัฒนธรรมและประเพณีอ้างตามคำบอกเล่าของพระเถระรูปหนึ่งว่า การลอยกระทงที่จังหวัด หนองคายเมื่อ

กลางเดือน ๑๑ ชาวคุ้มวัดต่าง ๆจะร่วมกันสร้างเรือนบนต้นกล้วยเอาไม้เสียบเรียงขนานกัน เป็นทุ่นใช้ผ้าชุบน้ำมันยางมัดติดปลายไม้หรือใช้ไต้เรียงเป็นระยะ ๆ แล้วช่วยกันเอาเชือกลากออกไปกลาง กระแสน้ำจุดไฟปล่อยไปในเวลากลางคืน เรียกว่า "ไหลเรือ"และเมื่อลอยไปแล้วมักจะถูกคนที่อยู่ใต้กระแสน้ำเก็บเอาไต้ที่จุดไปเสียทำให้กระทงที่ดูสว่างไสวสวยงามนั้นลอยอยู่ในน้ำไม่ได้นานหลายครั้งหลายหนเข้าผู้ร่วมมือร่วมแรงกันประดิษฐ์กระทงเรือก็หมดกำลังใจ ทำให้การไหลเฮือไฟซบเซาไปและมาหยุดชะงัก เมื่อปี ๒๕๑๘ เมื่อประเทศลาวมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองอันเป็นผลกระทบทางด้านการเมือง ต่อมาทางจังหวัดนครพนมได้ฟื้นฟูประเพณีนี้ขึ้นมา เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยเทศบาลเมือง นครพนมได้ประกาศชักชวนส่วนราชการพ่อค้า สมาคม และชาวคุ้มวัดต่าง ๆประดิษฐ์เรือไฟด้วยต้นกล้วย ไม้ไผ่ หรือวัสดุอย่างหนึ่งอย่างใดที่สามารถลอยน้ำได้ให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือมีความยาวไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และประดิษฐ์เป็นรูปหงส์นาค ครุฑ หรือรูปอย่างใดก็ได้ที่คิดว่าสวยงามส่งเข้าประกวดชิงรางวัลเงินสดและปรากฏว่ามีผู้สนใจส่งเรือไฟเข้าประกวดถึง ๕๒ ลำในงานประกวดนั้นเฮือไฟที่งดงามจากฝีมืออันประณีตประดับด้วยโคมไฟที่สวยสะดุดตาเรียงรายอยู่กลางลำน้ำโขงเป็นภาพที่ประทับใจของชาวนครพนมและผู้ที่ ไปเที่ยวชมอย่างยิ่ง

จังหวัดศรีษะเกษมีความเชื่อว่าเป็นการเซ่นสรวงพญานาค ซึ่งสิงสถิตตามแม่น้ำลำคลองให้คุ้มครองผู้ที่สัญจรไปมาทางน้ำ ไม่ให้มีภัยอันตรายเข้ามากล้ำกราย

จังหวัดอุบลราชธานีมีความเชื่อว่า
-
เป็นการบูชารอยพระพุทธบาท
-
เป็นการบูชาพระรัตนตรัยและพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์อันได้แก่ พระกกุสันโธ พระโกนา-คมโน พระกัสสโป พระโคตโม และพระอาริยเมตไตร-เป็นการบูชาคุณแม่โพสพ คือ บูชาพานข้าว
-
เป็นการบูชาประทีปตามประเพณี
-
เป็นการบูชาดวงวิญญาณของบรรพบุรุษในความเชื่อเรื่องการบูชาบรรพบุรุษหรือพกาพรหม ปรากฏตามนิทานชาวบ้านที่เล่าสืบต่อ กันมาว่าครั้งหนึ่งมีกาเผือกสองผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นไม้ในป่าหิมพานต์ใกล้กับฝั่งแม่น้ำ วันหนึ่งกาตัวผู้บินจากรังไปหากินเผอิญหลงทางกลับรังไม่ได้ จึงบินกระเจิดกระเจิงหายไปกาตัวเมียที่กำลังกกไข่อยู่ ๕ ฟอง คอยกาตัวผู้ไม่เห็นกลับจึงกระวนกระวายใจอยู่มาวันหนึ่งเกิดพายุใหญ่พัดรังกาพังไข่ทั้ง ๕ ฟอง ตกลงในแม่น้ำส่วนแม่กาถูกพัดพาไปอีกทางหนึ่ง ครั้นลมสงบบินกลับมาที่รังพบว่ารังถูกพายุพัดพังและไข่ ทั้ง ๕ ฟองหายไปหมด จึงเสียใจจนตายไป และไปเกิดใหม่ในพรหมโลกชื่อท้าวพกาพรหมส่วนไข่ทั้ง ๕ ฟอง มีผู้นำไปรักษาไว้ดังนี้ ฟองแรกแม่ไก่เอาไปฟองที่ ๒ แม่นาคเอาไป ฟองที่ ๓ แม่เต่าเอาไป ฟองที่ ๔แม่โคเอาไปและฟองสุดท้ายแม่ราชสีห์เอาไปครั้นเมื่อไข่ครบกำหนดฟักแตกออกมากลับเป็นมนุษย์ไม่ใช่ลูกกาตามปกติครั้นเมื่อลูกกาทั้ง๕โตเป็นหนุ่มเห็นโทษของการเป็นฆราวาสและเห็นถึงอานิสงส์แห่งการบรรพชาจึงได้ลามารดาเลี้ยงออกบวชเป็นฤาษีอยู่ในป่าหิมพานต์วันหนึ่งฤาษีทั้ง ๕ ได้มาพบกันจึงได้ไต่ถามเรื่องราวของกันและกันและพร้อมใจกันอธิษฐานว่า ถ้าต่อไปจะได้เป็นองค์สมเด็จพระพุทธเจ้าขอให้ร้อนไปถึงมารดาด้วยแรงอธิษฐานครั้งนั้นได้ร้อนไปถึงท้าวพกาพรหมและเสด็จจากพรหมโลกจำแลงองค์เป็นกาเผือกบินมาเกาะบนต้นไม้ตรงหน้าฤาษีทั้ง ๕และเล่าเรื่องเดิมให้ ฟัง และกล่าวว่า "ถ้าคิดถึงแม่ เมื่อถึงวันเพ็ญ เดือน ๑๑และเดือน ๑๒ ให้เอาด้ายดิบผูกไม้ตีนกาปักธูป เทียนบูชา ลอยกระทงในแม่น้ำเถิดทำอย่างนี้เรียกว่า คิดถึงแม่" เมื่อบอกเสร็จท้าวพกาพรหมก็ลากลับไปจนกลายมาเป็นที่มาของการลอยกระทงและไหลเรือไฟ

จังหวัดเลยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า กล่าวคือ บูชา พระพุทธเจ้าในวันที่พระองค์เสด็จลงมาจากเทวโลกหลังจากที่พระพุทธองค์ได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษาที่ดาว ดึงส์พิภพเพื่อแสดงพระสักธรรมเทศนาอภิธรรม ๗ คัมภีร์ (บทที่ใช้สวดในงานศพ)เพื่อโปรดพุทธมารดา เมื่อออกพรรษาแล้ว พระพุทธเจ้าก็เสด็จลงมาสู่โลกมนุษย์โดยบันไดทิพย์ทั้ง ๓ คือ บันไดทองอยู่เบื้องขวา เป็นที่ลงแห่งหมู่เทพยดาบันไดเงินเป็นที่ลงแห่งหมู่พรหม ส่วนบันไดแก้วเป็นทางเสด็จพระพุทธเจ้า หัวบันไดอยู่ยอดเขาพระสิเนรุราช ทรงแสดง"โลกวิวรณ์ปาฏิหาริย์" คือเปิดโลกโดยทอดพระเนตรไปเบื้องบนถึงพรหม โลก เบื้องต่ำสุดถึงอเวจีนรก และทิศต่าง ๆทั้งแปดทิศโลกธาตุแห่งหมื่นจักรวาล และเห็นเป็นลานกว้าง อันเดียวกัน ทำให้สวรรค์มนุษย์ นรกแลเห็นกันและกัน จึงเรียกวันนี้ว่า "วันพระเจ้าโปรดโลก"พระองค์เสด็จ มา ณเมืองสังกัสสะ สถานที่นั่นเรียกว่า "อจลเจดีย์" ทวยเทพทั้งหลายส่งเสด็จมนุษย์ทั้งหลายรับเสด็จด้วยเครื่องสักการะบูชามโหฬารการไหลเรือไฟก็ถือเป็นการสักการะบูชาอย่างหนึ่งในวันนั้น

กำหนดจัดงาน

งานประเพณีไหลเรือไฟจัดขึ้นในช่วงเทศกาลออกพรรษา ระหว่างขึ้น ๑๕ค่ำ เดือน ๑๑ - วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ของทุกปี

กิจกรรมพิธีกรรมภายในงาน

การทำเรือไฟในอดีตนั้น ทำด้วยไม้ไผ่และต้นกล้วยยาวเพียง ๕ - ๖ วาเท่านั้นความสูง ไม่เกิน ๑ เมตร และเป็นรูปเรือธรรมดา ทำราวไว้สองข้าง เพื่อวางขี้กะไต้ตะเกียง หรือโคมไฟ มีการจัด ข้าวปลาอาหารขนมนมเนย ฝ้ายไน ไหมหลอด เสื่อผืนบรรจุไว้ข้างใน พอเวลาประมาณ ๕ โมงเย็นจะเริ่ม ทำพิธีโดยนิมนต์พระมาสวดและหลังการรับศีล ฟังเทศน์ ไหว้พระเรียบร้อยแล้วจึงให้ญาติโยมตกแต่งเรือด้วยดอกไม้ธูปเทียนที่ถือไปบำเพ็ญกุศลนั้นเองพอย่ำค่ำก็นำเรือไฟออกไปกลางแม่น้ำโขงแล้วจุดไฟปล่อยให้เรือไหลไปตามลำน้ำส่งแสงระยิบตาเลยทีเดียว

จังหวัดนครพนมได้มีการฟื้นฟูประเพณีไหลเรือไฟขึ้น เมื่อปี ๒๕๒๖ โดยเทศบาลเมือง นครพนมได้ประกาศชักชวนส่วนราชการพ่อค้าประชาชน และชาวคุ้มวัดต่าง ๆ ช่วยกันประดิษฐ์เรือไฟ ด้วยต้นกล้วย ไม้ไผ่หรือวัสดุอย่างหนึ่งอย่างใดที่ลอยน้ำได้ ให้มีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือมีความยาวไม่น้อยกว่า ๖ เมตร โดยจะประดิษฐ์เป็นรูปหงส์ นาค ครุฑหรือรูปอย่างใดก็ได้ที่คิดว่าสวยงาม ส่งเข้าประกวดชิงรางวัลต่อมาการทำเรือไฟมีวิธีตกแต่งให้วิจิตรพิสดารมากยิ่งขึ้นรู้จักนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้า มาประกอบ ทำให้สามารถดัดแปลงเรือไฟให้มีรูปร่างแปลกตาออกไปอีก ทั้งพระภิกษุ สามเณรชาวบ้าน แต่ละคุ้มวัดจะเตรียมจัดทำเรือไฟไว้ล่วงหน้าหลายวันโดยนำเอาต้นกล้วยทั้งต้นมาเสียบไม้ต่อกันให้ยาว หลายวา วางขนานกันสองแถวกว้างห่างกันพอประมาณ แล้วนำไม้ไผ่เรียวยาวมาผูกไขว้กันเป็นตารางสี่เหลี่ยมมีระยะห่างกันคืบเศษวางราบพื้นมัดด้วยลวดให้แน่นและแข็งแรงเพื่อรอการออกแบบภาพบนแผงผู้ออกแบบแสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างสวยงามที่สุดเช่นประดิษฐ์เป็นเรื่องราวตามพระพุทธประวัติ หรือสัตว์ในตำนานบ้างเป็นพญานาค ครุฑหงส์เป็นต้นแล้วนำไปปักติดเป็นเสาบนแพหยวกกล้วยในอดีตเชื้อเพลิงที่ใช้จุดไฟนั้นใช้น้ำมันยางตระบอกขี้ผึ้งสีน้ำมันพร้าว, น้ำมันสน, น้ำมันยางที่เจาะสกัดจากต้นยางตะแบกชาด แล้วเอาไฟลนให้น้ำมันไหลออกมาแต่ปัจจุบันเปลี่ยนน้ำมันก๊าดหรือ น้ำมันดีเซล บรรจุในขวดน้ำดื่มต่างๆแล้วนำมาแขวนตามโครงเรือซึ่งต้องอาศัยการคำนวณที่แม่นยำ เพราะถ้าติดกันมากเกินไปจะทำให้เรือไหม้ไฟได้ ส่วนโครงเรือเป็นไม้ไผ่มีขนาดใหญ่และเน้นความวิจิตรตระการตา เมื่อปล่อยเรือไฟลงน้ำโขงแล้ว จะมีความวิจิตรตระการตาสว่างไสวไปทั่วริมฝั่งแม่น้ำโขง อวดโฉมระยิบระยับมีฉากหลังเป็นสีดำจากท้องฟ้าในยามค่ำคืนและแสงที่สะท้อนจากท้องน้ำเพิ่มความงดงามมากยิ่งขึ้น

เรือที่ทำปัจจุบันมีมาจากคุ้มต่าง ๆที่อยู่ในจังหวัดนครพนม มีการออกแบบที่สวยงาม มี เรื่องราว และดูเหมือนจริงเช่นรูปพระธาตุพนมก็มีการออกแบบมาให้เหมือนจริงเป็น ๓ มิติ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าถ้าคุ้มไหนชนะก็ถือเป็นหน้าเป็นตา และมีเงินรางวัลประชาชนในจังหวัดจะร่วมมือกันเป็นอย่างดีในการช่วยเหลือกัน เพื่อทำงานนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปก่อนที่จะมีการไหลเรือไฟในช่วงเช้าจะประกอบการกุศลด้วยการทำบุญตักบาตร ถวาย ภัตตาหาร และเลี้ยงดูกันตกตอนบ่ายก็ตกแต่งเรือและมีการเล่นสนุกสนานต่าง ๆ ตอนเย็นมีการสวดมนต์ รับศีลและฟังเทศน์พอตอนค่ำระหว่าง ๑๙.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. จึงนำเรือออกไปลงน้ำและพิธีไหลเรือไฟก็เริ่มขึ้น

จังหวัดหนองคายการประดิษฐ์เรือไฟและพิธีการมีความคล้ายคลึงกับทางจังหวัด นครพนมเป็นอย่างมากแต่มีรายละเอียดแตกต่างออกไป คือเมื่อมีการทำบุญและฟังเทศน์จบแล้ว ก็จะมี การร้องรำทำเพลงฉลองเรือไฟพอเวลาค่ำชาวบ้านจะนำของกินของใช้ เช่น ขนมข้าวต้ม กล้วย อ้อย ฝ้าย ผ้าไหม หมากพลูบุหรี่ ใส่กระจาดบรรจุไว้ในเรือไฟ ครั้นได้เวลาก็จุดไต้หรือคบเพลิงในเฮือไฟให้สว่าง ชาวบ้านจุดธูปเทียนบูชา และคารวะแม่คงคาเสร็จแล้วนำเอาธูปเทียนไปวางไว้ในเรือไฟ เมื่อบูชากันหมด ทุกคนจึงปล่อยเรือไฟออกจากฝั่งให้ลอยไปตามลำน้ำพอรุ่งเช้าเรือไฟไปติดที่ฝั่งไหนก็จะมีคนไปเก็บของออก จากเรือไฟการล่องเรือไฟจะมีผู้เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

นอกจากการลอยเรือไฟขณะเดียวกันที่หนองคายมีการลอยกระทง โดยใช้หยวกกล้วย ทั้งต้นมาต่อกัน มีไม้เสียบยาวหลายวาวางขนานกัน ๒ แถวกว้างห่างกันพอประมาณ แล้วปักเสาบนหยวก กล้วยเป็นระยะบนปลายเสา สร้างเป็นรูปพญานาคแล้วเอาผ้าขี้ริ้วชุบน้ำมันยางจุดบนปลายไม้บาง ๆ เป็น ระยะ ๆหรือไม่ก็ใช้จุดด้วยไต้ หัวหยวกกล้วยเท่ากับเป็นทุ่น วัดในตำบลหนึ่ง ๆทำกระทงอย่างนี้กระทงหนึ่ง แล้วลากไปไว้เหนือน้ำ จอดอยู่ริมฝั่งทั้งสองข้างเวลาเย็นชาวบ้านทั้ง ๒ ฝั่งแม่น้ำพากันลงเรือไปชุมนุมกันร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานพอได้เวลากลางคืนก็จุดไต้ที่กระทงเอาเชือกลากไปที่กลางน้ำ แล้ว ปล่อยให้ลอยไปในกระทงมีอาหาร เสื้อผ้าของใช้ต่างๆ เมื่อเห็นลอยไปพ้นหมู่บ้านแล้วก็พากันกลับ คนที่ยากจนที่อยู่ปลายน้ำก็จะเก็บกระทงไป

แต่ในปัจจุบันการลอยกระทงมิได้บรรจุอะไรนอกจากดอกไม้ธูปเทียน แล้วเรียกลอยกระทง นี้ว่า "การไหลเรือ"และต่างคนต่างลอย
มิได้ลอยร่วมกันเมื่อลอยไปแล้วผู้ที่อยู่ใต้น้ำมักจะเก็บไต้ที่จุดไปใน กระทงไปเสียทำให้กระทงที่จุดไต้สว่างสวย ลอยอยู่ในน้ำได้ไม่นาน

นอกจากหนองคายมีการไหลเรือและลอยกระทงแล้วก็มีการแข่งเรือในแม่น้ำโขงในวันรุ่งขึ้น อีกด้วย

จังหวัดอุบลราชธานีงานประเพณีไหลเรือไฟของชาวอุบลฯ ได้ถือกำเนิดขึ้นจากบุคคล สำคัญ ๓ คนคือ
. นายคูณ ส่งศรี อายุ ๗๓ ปี ถึงแก่กรรม๒๔๙๐
๒. นายโพธิ์ ส่งศรี อายุ ๙๔ ปี ถึงแก่กรรม ๒๕๒๓
๓. นายดวงส่งศรีอายุ ๘๓ ปีถึงแก่กรรม ๒๕๑๖

ท่านทั้ง ๓ เป็นพี่น้องกันเป็นศรัทธาวัดทุ่งศรีเมือง ได้ประกอบพิธีไหลเรือไฟ โดยเอาถังประทีปที่ชาวบ้านมาจุดบูชาที่วัดลอยที่แม่น้ำมูลในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ ต่อมาได้พัฒนาจากถังประทีปมาเป็นเรืออย่างเช่นที่อื่น ๆและมาในช่วงที่ทหารอเมริกันมาประจำที่ฐานบินจังหวัดอุบลราชธานี ในระหว่างปีพ.ศ.๒๕๐๗ เป็นต้นมา มีการใช้ถังน้ำมันขนาด ๒๐๐ ลิตรทำทุ่นและใช้ไม้ไผ่เป็นลำมาติดถังที่เคยเป็นรูปเรือ ก็ปรากฏเป็นรูปอื่น

ส่วนจังหวัดเลยและศรีสะเกษก็มีความคล้ายคลึงกับจังหวัดอื่นๆทั้งในด้านพิธีกรรมและกิจกรรม


edit @ 2007/02/06 15:22:52
edit @ 2007/02/16 11:36:16

Comment

Comment:

Tweet


#126 by (186.251.170.2|148.251.92.48, 186.251.170.2) At 2014-06-29 17:39,
#125 by (186.251.170.2|148.251.92.48, 186.251.170.2) At 2014-06-29 17:38,
#124 by (186.251.170.2|148.251.92.48, 186.251.170.2) At 2014-06-29 17:37,
#123 by (144.76.184.51|148.251.92.48, 144.76.184.51) At 2014-06-03 14:39,
#122 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-06-03 07:22,
#121 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-06-02 19:51,
Wonderful blog! I found it while surfing around on Yahoo News. Do you have any tips on how to get listed in Yahoo News? I've been trying for a while but I never seem to get there! Appreciate it
#120 by (222.124.35.115|85.17.205.213, 222.124.35.115) At 2014-06-02 19:37,
Wonderful blog! I found it while surfing around on Yahoo News. Do you have any tips on how to get listed in Yahoo News? I've been trying for a while but I never seem to get there! Appreciate it
#119 by (58.27.194.69|85.17.205.213, 58.27.194.69) At 2014-06-02 19:36,
Wonderful blog! I found it while surfing around on Yahoo News. Do you have any tips on how to get listed in Yahoo News? I've been trying for a while but I never seem to get there! Appreciate it
#118 by (189.2.105.19|85.17.205.213, 189.2.105.19) At 2014-06-02 19:36,
Wonderful blog! I found it while surfing around on Yahoo News. Do you have any tips on how to get listed in Yahoo News? I've been trying for a while but I never seem to get there! Appreciate it
#117 by (61.8.77.171|85.17.205.213, 61.8.77.171) At 2014-06-02 19:36,
Wonderful blog! I found it while surfing around on Yahoo News. Do you have any tips on how to get listed in Yahoo News? I've been trying for a while but I never seem to get there! Appreciate it
#116 by (80.64.29.189|85.17.205.213, 80.64.29.189) At 2014-06-02 19:35,
Wonderful blog! I found it while surfing around on Yahoo News. Do you have any tips on how to get listed in Yahoo News? I've been trying for a while but I never seem to get there! Appreciate it
#115 by (175.100.75.92|85.17.205.213, 175.100.75.92) At 2014-06-02 19:35,
Wonderful blog! I found it while surfing around on Yahoo News. Do you have any tips on how to get listed in Yahoo News? I've been trying for a while but I never seem to get there! Appreciate it
#114 by (218.108.172.165|85.17.205.213, 218.108.172.165) At 2014-06-02 19:35,
#113 by (85.17.205.213|85.17.205.213) At 2014-06-02 19:32,
cell phone lookup by name I was just searching for this ededfebkdkbecfde
#112 by (103.242.2.24|85.17.205.213, 103.242.2.24) At 2014-06-02 15:22,
Hello!
cialis , cialis , viagra , cialis , viagra ,
#111 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-06-02 10:22,
#110 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-06-01 22:15,
nasa, , harold hill
#109 by (60.248.25.203|85.17.205.213, 60.248.25.203) At 2014-06-01 07:13,
nasa, , harold hill
#108 by (177.135.248.220|85.17.205.213, 177.135.248.220) At 2014-06-01 07:13,
nasa, , harold hill
#107 by (202.152.7.202|85.17.205.213, 192.168.110.1, 202.152.7.202) At 2014-06-01 07:13,
nasa, , harold hill
#106 by (77.36.226.130|85.17.205.213, 77.36.226.130) At 2014-06-01 07:12,
nasa, , harold hill
#105 by (173.208.168.52|173.208.168.52) At 2014-06-01 07:12,
nasa, , harold hill
#104 by (186.147.130.109|85.17.205.213, 186.147.130.109) At 2014-06-01 07:12,
nasa, , harold hill
#103 by (128.199.213.189|85.17.205.213, 128.199.213.189) At 2014-06-01 07:12,
nasa, , harold hill
#102 by (186.101.82.42|85.17.205.213, 186.101.82.42) At 2014-06-01 07:11,
nasa, , harold hill
#101 by (117.135.244.45|85.17.205.213, 117.135.244.45) At 2014-06-01 07:11,
Hello!
cialis , cialis , viagra , viagra , cialis ,
#100 by (58.20.127.26|58.20.127.26) At 2014-06-01 07:09,
Hello!
cialis , cialis , viagra , viagra , cialis ,
#99 by (85.17.205.213|85.17.205.213) At 2014-06-01 07:09,
#98 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-31 22:34,
#97 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-31 18:23,
#96 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-30 06:12,
#95 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-30 06:12,
#94 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-30 03:10,
#93 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-30 03:03,
#92 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-29 22:35,
#91 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-29 14:17,
#90 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-29 12:38,
#88 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-27 03:42,
#87 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-26 02:00,
#85 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-24 06:44,
#84 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-23 10:43,
#83 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-22 21:53,
#82 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-22 11:55,
#81 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-22 11:23,
#80 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-21 10:46,
#79 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-21 10:38,
#78 by (95.211.192.231|95.211.192.231) At 2014-05-21 04:33,
#77 by (5.79.73.142|5.79.73.142) At 2014-05-20 21:39,